วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ส่งงาน นางสาวสิริกาญจน์ นุริตมนต์ ชั้นม.5/8 เลขที่ 22

อธิบายคำสั่งต่อไปนี้<?php$sql ="select * from student order by id asc ";$query=mysql_query($sql) or die(mysql_error());$num=mysql_num_rows($query);echo $num;?>จงอธิบายคำสั่งแต่ละบรรทัดต่อไปนี้ ในบทความผ่านบล๊อกของนักเรียน

<?phpตอบ โค้ดเปิดการสร้างข้อมูลของโปรแกรม php

$sql ="select * from student order by id asc ";ตอบ Select   หมายถึง เลือกทุกฟิลว์จากเทเบิล student แล้วให้เรียงข้อมูลจากฟิลว์ชื่อ id ดยให้เรียงข้อมูลแบบ asc คือ การเรียงจากน้อยไปมากหากต้องการเรียงจากมากไปน้อยจะต้องใช้แบบ dasc

$query=mysql_query($sql) or die(mysql_error());ตอบ คือการประมวลผลคำสั่ง sql โดยใช้ฟังก์ชัน$queryQuery  หมายถึง การประมวลผล

$num=mysql_num_rows($query);ตอบ  mysql_num_rows คือ การเช็คข้างบนเร็คคอทว่าจากคำสั่ง sql ด้านบนมีกี่เร็ทคอท

echo $num;ตอบ การแสดงตัวแปรนำว่าค่าเท่าไหร่

?>ตอบ เครื่องหมายโค้ดที่แสดงถึงการจบโค้ดของ php

วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2556

การนอนหลับให้เพียงพอ ช่วยลดหุ่นได้

หลายท่านที่ยังมีปัญหาเรื่องในเรื่องน้ำหนัก ต้องทนทุกข์ทรมานกับการควบคุมอาหาร หรือการที่หักโหมออกกำลังกายที่ต้องใช้ ความอดทนมานาน แถมมันยังไม่ค่อยเห็นผลอีกต่างหาก วันนี้ ทางเรานั้น มีอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยแก้ไข
ปัญหาเรื่องไขมันส่วนเกินแบบง่ายแสนง่าย จนคุณเองนั้นก็คาดไม่ถึง มาฝาก
มีนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโกกลุ่มหนึ่งได้ค้นพบว่า “เพียงแค่คุณนั้นนอนหลับให้เพียงพอในเวลากลางคืนแล้ว ก็สามารถที่จะไป ช่วยให้ร่างกายของเรานั้นกำจัดไขมันส่วนเกินออกไปได้เช่นกัน” แถมยังพบอีกด้วยว่า คนที่นอนน้อยในเวลากลางคืนมีโอกาสจะกลายเป็นคนอ้วนอีกด้วยหละ
โดยผลการทดลองนี้ ได้มาจากการทดลองทำในกลุ่มอาสาสมัคร 10 คน ใช้เวลานาน 4 อาทิตย์โดยที่ในการทำวิจัยนั้นจะให้ทุกคนนั้น รับประทานอาหารแคลอรีต่ำเหมือนกันทุกคน ในสองสัปดาห์แรก เหล่าอาสาสมัครจะได้นอนคืนละ 8.5 ชั่วโมง และอีก
สองสัปดาห์ที่เหลือเวลานอนจะลดลงเหลือเพียงแค่ 5.5 ชั่วโมงเท่านั้น
และเมื่อได้สิ้นสุดการทดลองลงในสัปดาห์ที่สี่นั้นพบว่า แม้ว่าน้ำหนักของอาสาสมัครในช่วงอาทิตย์แรกกับอาทิตย์ที่สองนั้นจะไม่แตกต่างกันนัก แต่…ที่น่าสนใจคือ “สัดส่วนของไขมันที่พบว่า สองสัปดาห์แรกไขมันของอาสาสมัคร
ลดลงเฉลี่ย 3.1 ปอนด์ ขณะที่สองสัปดาห์หลัง ซึ่งอาสาสมัครได้นอนเพียงคืนละ 5.5 ชั่วโมง ปริมาณไขมันลดลง
เฉลี่ยเหลือเพียง 1.3 ปอนด์”เท่านั้นเอง
เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก้อย่าลืมนอนกันให้พอนะคะ

เทคนิคการออกกำลังกายเพื่อลดต้นขาแบบง่ายๆ

เทคนิคการออกกำลังกายเพื่อลดต้นขาแบบง่ายๆ

หากคุณกำลังเป็นกังวนกับปัญหาต้นขาใหญ่ที่เป็นต้นเหตุทำให้คุณนั้นต้องสูญเสียความมั่นใจไป เรามี 6 วิธีการออกกำลังกายเพื่อลดต้นขาของคุณให้เรียวสวยขึ้นอย่างง่ายๆ เพียงแค่คุณใช้ช่วงเวลาพักผ่อน หรือดูทีวีก็สามารถทำท่ากายบริหารลดต้นขานี้ได้มาฝากกัน

เพื่อให้ได้ผลที่ดีที่สุดคุณควรทำอย่างสม่ำเสมอ ทั้งต้องควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างอื่นควบคู่ไปด้วย
  1. ในท่านี้จะช่วยกระชับต้นขาและช่วยลดน่อง โดยการยืนตรงแล้วกางขาออกให้พอประมาณ จากนั้นให้เขย่งเท้าขึ้นให้สุดจนรู้สึกว่าตึงที่น่อง นับ 1-20 ในท่านี้ให้ทำประมาณ 20ครั้ง
  2. ในท่านี้จะช่วยลดต้นขาด้านใน ให้ยืนตรงแล้วเอามือเกาะพนังห้องหรือที่ยึดอื่นๆตามถนัด จากนั้นเหวี่ยงขาข้างหนึ่งให้สุด เหวี่ยงขึ้น-ลง ในท่านี้ให้ทำประมาณ 30 ครั้ง
  3. ยืนในน้ำหรือว่ายน้ำ หลังจากนั้นให้ยกขาขึ้นตีน้ำให้เอามือแตะขอบสระไว้ แล้วยกขาเหวี่ยงไปมาทีละข้าง โดยให้ทำสลับกันประมาณ 30 ครั้ง
  4. นั่งลงกับพื้นเหยียดขาให้ตรง หลังจากนั้นค่อยๆยกขาทั้งสองข้างขึ้น ตีขาไปมาสลับกับประมาณ 50-100 ครั้ง
  5. นอนราบลงกับพื้น ยกขาทั้งสองข้างขึ้นเหยียดให้ตรง ค้างไว้ 3 นาที จากนั้นให้แยกขาออกจากกันแล้วหุบขาชิด โดยให้ทำสลับกับไปมาประมาณ 20 ครั้ง
  6. นอนหงายและเหยียดขายาวๆ โดยใช้หมอนรองไว้ที่ก้นหรือใช้มือยันเอาไว้จะได้ช่วยให้ไม่เจ็บ จากนั้นค่อยๆยกขาทั้งสองข้างขึ้น เหมือนปั่นจักรยานกลางอากาศ 100 ครั้ง

หัวเข่าดำ ข้อศอกดำ จัดการได้ไม่ยาก

สาเหตุ
เข่าดำหรือศอกดำนั้นมีสาเหตุมาจากการที่ผิวหนังบริเวณนั้นโดนเสียดสีบ่อยทำให้ผิวหนังตรงนั้นดำและหนาขึ้นจ้า


แล้วจะทำยังไงไม่ให้ศอกและเข่าดำล่ะ?

หลีกเลี่ยงการนั่งคุกเข่า นั่งขัดสมาธิ และเท้าแขนเป็นเวลานานๆ แต่ถ้าจำเป็น
   ต้องนั่งในท่านั้นนานๆ อาจลองขยับตัวบ่อยๆ ลุกไปเข้าห้องน้ำบ้าง อย่านั่ง
   ค้างไว้เป็นชั่วโมงๆ หรือหาผ้ามารองเข่าไว้ก็ได้ค่ะ


ลอง สครับ ดูค่ะ หาผลิตภัณฑ์สำหรับการสครับมาขัดเบาๆ แต่พี่เตยขอเน้น
  ว่าต้องทำเบาๆ นะคะ ไม่ใช่เห็นเข่าดำมากก็ยิ่งถูยิ่งขัดแรงๆ เพื่อให้หายดำ ซึ่ง
  จริงๆ มันไม่ใช่
!! เพราะถ้ายิ่งทำรุนแรง ผิวหนังตรงนั้นก็จะยิ่งได้รับการเสียดสี
  มากขึ้น และทำให้ผิวหนังตรงนั้นดำกว่าเดิมด้วย - -''


ทาครีมบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ อาจใช้สูตรที่บำรุงเข้มข้นเป็นพิเศษกับผิวส่วน
  ที่แห้งกร้านและดำค่ะ


ใครที่มีปัญหาตาตุ่มดำลองใส่ถุงเท้านอนดูนะคะ เพราะถุงเท้าจะช่วยห่อหุ้มเท้า
   เราไว้ไม่ให้ไปเสียดสีกับอะไรค่ะ
        
มาแก้ปัญหาหัวเข่าดำ ข้อศอกด้านกันเถอะ
ผิวเนียนนุ่มได้ด้วยวิธีธรรมชาติ

1.มะนาว

นำมะนาวมาขัดๆ ถูๆ ถูๆ ขัดๆ ในบริเวณที่ต้องการ (ข้อศอก หัวเข่า ตาตุ่ม) แล้วทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วค่อยล้างออก หลังจากล้างให้สะอาดแล้วให้บำรุงด้วยครีมบำรุงผิวทันทีเลย

2.มะขามเปียก

นำเนื้อมะขามเปียกมาผสมกับนมจืดและน้ำผึ้ง แล้วนำมาขัดๆ ถูๆ บริเวณข้อศอก ทิ้งไว้ประมาณ 10 -15นาที แล้วค่อยล้างออกค่ะ อ้อ..อย่าลืมทาครีมบำรุงผิวด้วยนะคะ

วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2556

วีธีแก้ขอบตาดำ

วิธีแก้ขอบตาดำ

วิธีที่ 1 สับมันฝรั่งห่อด้วยผ้าขาวบางนำมาวางบนเปลือกตาทุกเช้าจะช่วยลดลอยคล้ำได้
วิธีที่ 2 สำหรับคนที่นอนดึก ตาคงเป็นหมีแพนด้า อิอิเรามีวิธี่ช่วยคุนได้เพียงคุนน้ำเกลือ ที่ใช้ประจำเวลาทำกับข้าว
นำมาละนำสำลีมาจุ่มบิดพอหมาดๆๆมาแปะที่ตาแปงประจำเท่านี้ละค่ะรอบดำคล้ำใต้ตาจะค่อยจางลงจาวลง
วิธีที่ 3 ขั้นตอนที่1. นำผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น นำมาวางไว้บนหน้า ทิ้งไว้ นาที แล้วล้างด้วยน้ำเย็นจัด2. หลับตาลงแล้วใช้นิ้วกลางกดหางคิ้วทั้งสองข้าง3. ใช้นิ้วโป้ง กดเบ้าตาช่วงหัวตาค้างไว้สัก วินาที ค่อย ๆ ปล่อยแล้วกดลงไปใหม่ทำซ้ำประมาณ 5 - 10 ครั้ง 4. ใช้นิ้วกลางกดสันจมูก ช่วงหัวตาค้างไว้ วินาที แล้วค่อย ๆ ปล่อยทำซ้ำ 5 - 10ครั้งเช่นเดิม
วิธีที่ 4 วิธีทำคือ นำเกลือ ช้อนชา ผสมกับน้ำร้อนครึ่งถ้วย ใช้ผ้านุ่ม ๆ หรือสำลีชุบในน้ำเกลือ บีบน้ำออกเล็กน้อย (แบบไม่ชุบให้ชุ่มจนเกินไป) จากนั้นนำมาปิดตาทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาที รอยช้ำรอบ ๆ ดวงตา ก็จะค่อย ๆ จางลงอย่างเห็นได้ชัด ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้  
 รายละเอียดเพิ่มเติม  korn_otop@hormail.com       

10 วิธีดูแลเล็บ - มือ – เท้า

1. เราต้องทำความสะอาดมือ เท้า และเล็บ เสียก่อน โดยการใช้แปรงขนนุ่ม กับสบู่อ่อน ๆ ถูเบา ๆ บริเวณมือ เท้า และเล็บ อย่าลืมที่จะถูใต้เล็บด้วยละ เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นบริเวณที่มีเชื้อโรคเข้าไปสะสมอยู่มากที่สุด หลังจากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำอุ่น 2. ควรตัดเล็บมือเป็นประจำ สัปดาห์ละครั้ง ส่วนเล็บเท้า 2-3 สัปดาห์ต่อครั้ง ไม่ควรตัดเล็บจนชิดบริเวณผิวหนังส่วนปลายนิ้วเกินไปเพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการเป็นแผลแล้วยังทำให้พื้นที่หน้าเล็บสั้นลงได้ และถ้าตัดชิดขอบลึกลงไปเรื่อยๆ จะดูเหมือนเล็บของคนที่ชอบกัดเล็บซึ่งไม่สวยงาม สำหรับเล็บเท้าควรตัดในแนวตรงเป็นทรงเหลี่ยม ไม่ควรตัดเล็บลงซอกข้างเล็บมากเกินไปเพราะอาจทำให้เกิดเล็บขบได้ 3. รับประทานที่มีประโยชน์ตามหลักโภชนาการ เพราะเล็บก็เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่ต้องการสารอาหารเพื่อการเจริญเติบโตเหมือนกัน ส่วนสารอาหารที่เล็บต้องการ เช่น โปรตีน วิตามินเอ ซี และอี รวมถึงแร่ธาตุสังกะสีที่มีอยู่ในอาหารทะเลและเมล็ดธัญพืช 4. นอกจากสารอาหารแล้ว การทาโลชั่นบำรุงผิวเป็นประจำทุกวัน ยังช่วยป้องกันผิวมือไม่ให้หยาบกระด้าง โดยเฉพาะหลังจากที่มือต้องสัมผัสกับสารเคมีต่าง ๆ เช่น ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน อีกวิธีหนึ่งที่เป็นการป้องกันก็คือ ในช่วงที่ต้องสัมผัสกับสารเคมีต่าง ๆ ก็ให้สวมถุงมือทุกครั้ง 5. นวดนิ้วมือและเท้าด้วยครีมบำรุงหรือน้ำมันบำรุงผิว ประมาณ 3-5 นาที เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตบริเวณมือและเท้า ควรนวดบริเวณปลายนิ้วและเล็บด้วยเพื่อกระตุ้นการทำงานของต่อมสร้างเล็บที่อยู่บริเวณโคนเล็บ ถ้าไม่สะดวกระหว่างวันสามารถทำได้ในช่วงก่อนเข้านอนแล้วสวมถุงมือผ้าและถุงเท้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการซึมซาบสู่ใต้ผิวของน้ำมันหรือครีมบำรุง หรือจะใช้สครับสำหรับนวดเท้า เพื่อการไหลเวียนโลหิตที่ดีขึ้น ซึ่งปัจจุบัน สครับสำหรับมือและเท้าก็หาซื้อได้ง่าย และสามารถทำได้เองที่บ้าน เสียเวลาไม่นาน แต่รับรองว่าสบายผิวแน่นอน 6. เนื่องจากธรรมชาติสร้างเล็บให้ออกมาในรูปแบบของแผ่นโปรตีนชนิดแข็ง และให้ทำหน้าที่ปกป้องปลายประสาทที่มีอยู่มากบริเวณปลายสุดของร่างกายไม่ให้ได้รับความกระทบกระเทือน อีกทั้งยังทำหน้าที่ช่วยในการหยิบจับ และแกะเกา ส่วนหน้าที่งัดแงะของแข็ง หรือว่าใช้เป็นไขควงในการหมุนนั่นหมุนนี่ ผิดวัตถุประสงค์นะคะ อาจจะทำให้เล็บฉีกได้ 7. สำหรับสาว ๆ ที่ชอบทาเล็บเป็นชีวิตจิตใจ เรียกว่าไม่ยอมให้เล็บได้หายใจเลยแล้วละก็ ฟังทางนี้ ควรทาน้ำยารองพื้นเล็บก่อนทาสี เพื่อป้องกันการเกิดสีที่ไม่พึงประสงค์หลังจากการทาเล็บได้ระยะหนึ่ง และควรทาน้ำยาเคลือบเงาเล็บเพื่อความวาวและติดทนนาน แต่ไม่ควรทาเล็บสีเข้มติดต่อกันนานๆ ควรสลับสีอ่อนบ้าง และควรหยุดพักการทาเล็บเมื่อเห็นว่าสภาพเล็บดูแห้งหรือเกิดสีผิดปกติ 8. ในการเลือกซื้อน้ำยาทาเล็บ ควรคำนึงถึงการเลือกสีให้เหมาะสม ทั้งกับสีผิว โอกาสที่ใช้ สีเสื้อผ้า เครื่องสำอางและบุคลิกของตัวเอง 9. ควรศึกษาอ่านฉลากของผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ เช่น วันหมดอายุ หรือสังเกตสภาพของผลิตภัณฑ์ว่ายังมีคุณภาพดีหรือไม่ โดยทั่วไปอายุของเครื่องสำอางเล็บอยู่ที่ประมาณ 3 ปี หรือดูจากลักษณะการแยกตัวของสีหากหมดอายุแล้วไม่ควรใช้เด็ดขาด 10. ในส่วนของเท้าก็ต้องการการดูแลเช่นกัน การเลือกรองเท้าให้เหมาะกับรูปร่างเท้าของเราก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยรักษาเท้าให้มีสุขภาพดี ซึ่งในการเลือกซื้อรองเท้านั้น เราควรเลือกรองเท้าที่สวมใส่พอดี ไม่คับ หรือหลวมจนเกินไป เพราะการเสียดสีในขณะที่เดินนานๆ จะทำให้ผิวเท้าเกิดหนังที่แข็งด้าน และการใส่รองเท้าที่คับเกินไปบริเวณปลายเท้าอาจเป็นสาเหตุให้เกิดเล็บขบ เวลาที่เหมาะสมในการเลือกซื้อรองเท้าคือช่วงกลางวันที่เท้าได้เดินจนขยายตัวแล้ว และหลังจากที่ใส่รองเท้าส้นสูงมาตลอดทั้งวัน หลังเลิกงาน ลองแช่เท้าในน้ำอุ่นสัก 10-15 นาที จะช่วยผ่อนคลายอาการเมื่อล้าที่เท้าได้ค่ะ 

5 เคล็ดลับ วิธีลดความอ้วนแบบธรรมชาติ

วิธีลดความอ้วนแบบธรรมชาติ 1.ไม่กินข้าวมื้อเย็น หรือทานอาหารพวกผักและผลไม้แทน สำหรับมื้อเย็นแล้วให้หลีกเลี่ยงการทานข้าวที่มากเกินไป และหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้ง (โดยเฉพาะข้าวไม่ควรทานมากเกินไป) ไขมัน อาหารทอดทั้งหลายนี้ต้องเลี่ยงเลย ควรทานเป็นผลไม้ สลัดผัก อาหารจำพวกเส้นใย น้ำผลไม้ เป็นต้น


2. ในหนึ่งสัปดาห์ควรเลือก 1 วัน สำหรับงดเนื้อสัตว์ ไขมัน ข้าว แล้วกินแต่ผลไม้และธัญพืชอย่างเดียวทั้งวัน เช่น มะละกอสุก กล้วย แอบเปิล ถั่วต่างๆ เป็นต้น ไม่ควรทานผลไม้ที่ให้แคลลอรี่สูงหรือพลังงานสูง เช่น ทุเรียน


3.อาหารทุกมื้อพยายามเคี้ยวอาหารช้า ๆการที่เราทานอาหารด้วยความรวดเร็วจะทำให้เรากินได้มากเกินพิกัดโดยที่ไม่รู้ตัว ที่สำคัญสาวๆ จำไว้ให้ดีว่าไม่ควรทานอาหารหลัง 6 โมงเย็น หรือช่วงกลางคืนดึกดื่นเป็นอันขาด เพราะช่วงนี้แหละที่ทำให้เราต้องเจอกับปัญหาอ้วน ๆๆๆ ควรทานอาหารให้พอเหมาะ โดยเฉพาะข้าวอย่าทานมาก ควรทานผักให้มากๆ แทน หากรู้สึกไม่อิ่มให้ทาน น้ำผลไม้หรือ ควรหันมาทานผลไม้ ธัญพืช เพิ่มเติมเข้าไป แต่อย่าลืมนะค่ะว่าเราต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่เราไม่จำเป็นต้องทานในปริมาณมากๆ เดี๋ยวจะอ้วนเอา


4. หมั่นดื่มน้ำผลไม้ก่อนทานอาหารก่อนทานอาหาร ควรดื่มน้ำผลไม้ หรือ ผลไม้สดก็ได้ เช่น น้ำส้ม เพราะวิตามินที่มีอยู่ในน้ำส้มจะช่วยดูดซึมสารอาหารที่สำคัญ น้ำองุ่น ในองุ่นนั้นมีแร่ธาตุเสริมให้เนื้อเยื่อแข็งแกร่งและสดใสเพราะอุดมไปด้วยวิตามินซี ซึ่งการดื่มน้ำผลไม้หรือผลไม้ก่อนทานอาหารจะช่วยให้เราอิ่มอาหารเร็วขึ้น ทำให้ไม่ต้องทานอาหารเยอะเกินความจำเป็น ช่วยให้ไม่อ้วน


5. การเคลื่อนไหวร่างกายหรือการออกำลังกายพยายามหาเวลาหรือกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวจนได้เหงื่อ เช่นการออกกำลังกาย เล่นกีฬา การทำงานบ้าน เป็นต้น ช่วงแรกเริ่มต้นวันละประมาณครึ่งชั่วโมงก็ยังดี แล้วพอร่างกายเริ่มปรับเข้าที่ก็เพิ่มการออกกำลังกายเป็นวันละ 1 ชั่วโมง จะช่วยเผาผลาญไขมันได้ดี แถมได้สุขภาพที่แข็งแรงอีกด้วย ซึ่งการออกกำลังกายถือเป็นอีกสูตรสำเร็จที่ทำให้ผู้ที่ต้องการลดความอ้วนสามารถทำฝันเป็นจริงได้

6 วิธีการดูแลเส้นผมให้สวยเริ่ดด้วยตัวเองที่บ้าน

 เริ่มจากวิธีแรก คือการดูแลผมและรักษาผมของคุณในชีวิตประจำวันอย่างถูกสุขลักษณะ โดยคำนึงถึงหลักดูแลผมตามธรรมชาติ 6 ข้อนี้              1.เวลาสระผมให้นวดหนังศีรษะไปด้วย โดยการใช้มือขยุ้มเบาๆ ที่หนังศีรษะ เพื่อช่วยให้เกิดการหมุนเวียนโลหิตทั่วบริเวณหนังศีรษะแถมยังทำให้น้ำมันตามธรรมชาติไปหล่อเลี้ยงเส้นผมได้ดียิ่งขึ้น
       
       2.หลังการสระผม ควรใช้ผมให้แห้งก่อนหวี เพราะการหวีขณะที่ผมเปียกจะทำให้เส้นผมขาดง่าย หากจำเป็นควรใช้หวีไม้ซี่ห่างเพื่อลดการขาดและหลุดร่วงของเส้นผม
       

       3.ส่วนผู้ที่นิยมไดร์ผมให้แห้ง ควรใช้ไดร์เป่าผมเป่าในลักษณะบนลงล่าง จากโคนผมไปสู่ปลายผม เพราะจะช่วยให้เกล็ดผมจะเรียงตัวตามธรรมชาติ ทำให้เส้นผมนุ่มสลวย แลดูเงางามและไม่ชี้ฟู
      
         4.การใช้ไดร์เป่าผมด้วยโรลไฟฟ้าและรีดผมให้ผมเรียบตรงด้วยเครื่องรีดไฟฟ้าควรใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องเส้นผมจากความร้อนด้วยเสมอ เพื่อป้องกันปัญหาผมแห้งเสีย เพราะความร้อนสูงของเครื่องมือเหล่านี้จะทำให้เส้นผมถูกทำลายอย่างมาก
       

       5.หลีกเลี่ยงอาหารที่ผ่านกระบวนการขัดสีต่างๆ รวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ ที่จะเข้าไปทำลายความแข็งแรงของเส้นผมได้
       

       6.หากมีกิจกรรมกลางแจ้ง เส้นผมต้องเผชิญกับแสงแดดแรงกล้า ควรป้องกันเส้นผมจากแสงแดดและรังสียูวีโดยการสวมหมวกหรือชะโลมด้วยผลิตภัณฑ์ปรับสภาพเส้นผมก่อนออกแดดเสมอ

วันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2556

เคล็ดลับวิธี "สครับ" ปากด้วยตัวเอง

ขั้นตอนในการจะนำไปสู่การมีสุขภาพปากที่ดี ก็คือการสครับปากด้วยส่วนผสมง่าย ๆ ที่ทำได้เอง

นั่นคือการนำน้ำตาลทรายที่มีอยู่ในครัว ผสมกับน้ำผึ้งยี่ห้ออะไรก็ได้ที่มีอยู่ในตู้เย็น มาผสมกับวาสลีนปิโตรเลียมเจลที่มีอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง ผสมให้เนื้อสครับจับกลุ่มกัน ไม่เหลวและไม่เหนียวจนเกินไป
UploadImageการสครับปาก ควรทำเป็นประจำ อาทิตย์ละครั้ง และสำหรับผู้ที่มีริมฝีปากแห้งมาก


วิธีการนี้ใช้ได้ทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย ที่ต้องการดูแลริมฝีปาก ไม่ให้ ดำคล้ำ อวัยวะบนใบหน้าที่บ่งบอกถึงอารมณ์ ความรู้สึก ของเจ้าของกระจับที่อวบอัดเต็งตึง

UploadImageเมื่อได้ส่วนผสมที่ทำได้เองอย่างง่ายแล้ว เช็ดปากให้สะอาด แล้วป้ายเนื้อ สครับที่หอมหวานลงบนริมฝีปาก ใช้นิ้วนวด ๆ วน ๆ ถู ๆ ทั้งริมฝีปากบนและล่าง ประมาณหนึ่งนาที จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำอุ่น ตามด้วยลิปบาล์มหรือ ลิปมัน เพื่อเป็นการบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื่นและเนียนนุ่ม
การทาวาสลีนหรือลิปบาล์มก่อนนอนในทุกวัน เป็นระยะเวลาติดต่อกันก็สามารถทำให้ริมฝีปากที่แห้งแตก เนียนนุ่มขึ้นได้อย่างเห็นได้ชัด

วิธีการง่าย ๆ ที่จะทำให้ริมฝีปากของคุณพร้อมที่จะยิ้มแย้มต้อนรับในทุกสถานการณ์

ข้อดีของการสครับด้วยน้ำผึ้งผสมน้ำตาล ที่อาจจะหวานจนมดขึ้น ก็เพิ่มเสน่ห์ให้ริมฝีปากเรียวนุ่มน่าสัมผัส ไม่แห้งกร้าน เวลาที่ทาลิปสีลงไปก็จะไม่ติดร่องปากที่แตกระแหง แต่จะช่วยให้เนียนเรียบเป็นสีชมพู แม้แต่ในวันธรรมดาที่ไม่ได้แต่งหน้าก็เดินอวดเรียวปากสวยได้อย่างมั่นใจ


วันศุกร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2556

มาสก์ทั้ง 6 ช่วยกำจัดปัญหาสิว

1. มาส์กที่มีตัวยา    สำหรับคุณผู้หญิงที่ผิวที่มีปัญหาสิวค่อนข้างรุนแรง ำเป็นต้องพึ่งบริการจากคลินิกหรือแพทย์เฉพาะทางหรือเลือกมาส์กที่มีตัวยา เช่น กรดซาลิไซลิก (salicylic acid) อยู่ด้วยเพื่อให้ผิวได้รับการทำความสะอาดอย่างหมดจดจริง ๆ ไม่หลงเหลือความสกปรกและเชื้อโรคตกค้างให้เกิดสิวเพิ่มขึ้นอีกแต่ก็ควรเลือกมาส์กอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะกับผู้ที่มีผิวบอบบางหรือทางที่ดีก็ควรต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์เฉพาะทาง ม่ก็ควรต้องทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้เพราะมาส์กประเภทนี้บางทีอาจจะมีตัวยาที่แรงเกินไป และอาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ขึ้นได้ ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์กรณีส่วนบุคคลเพื่อทำการรักษา

2. มาส์กที่ส่วนผสมของฤทธิ์ฆ่าเชื้อ    สิวเกิดจากความสกปรกและสิ่งที่อุดตันอยู่ในรูขุมขน ดังนั้นหากอยากจะกำจัดสิว คุณผู้หญิงก็ควรกำจัดความสกปรกให้ออกหมดก่อน โดยการเลือกใช้มาส์กที่มีส่วนผสมของสารฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียหรือถ้าอยากจะใช้มาส์กจากธรรมชาติก็ได้ แต่ควรจะผสมน้ำผึ้งลงไปด้วยเพราะในน้ำผึ้นั้นงมีฤทธิ์ในการต้านเชื้อโรค รวมถึงอโลเวร่าก็เช่นกัน  ซึ่งในปัจจุบันนี้ ได้มีมาส์กที่มีส่วนสำเร็จรูปที่มีส่วนผสมของสองอย่างนี้ก็มีให้เลือกซื้ออยู่ทั่วไป ซึ่งคุณผู้หญิงสามารถหาซื้อได้ง่ายมากขึ้น

3. มาส์กกระชับรูขุมขน    คุณผู้หญิงท่านไหนที่มีปัญหาหน้ามัน หรือรูขุมขนกว้ง สามารถใช้มาสก์เืพ่อแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ วึ่งในมาสก์ตัวนี้นั้นมักจะมีส่วนผสมของ แตงกวาและมะนาวอยู่ด้วยซึ่งมีคุณสมบัติช่วยกระชับรูขุมขนและลดความมันส่วนเกินบนใบหน้าของคุณผู้หญิงได้ แถมยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าสดชื่นไม่แห้งตึงด้วยถ้าหากคุณผู็หญิงไม่อยากใช้มาสก์สำเร็จรูปแล้วละก็สามารถทำเองได้ค่ะ โดยให้คุณผู้หญิงฝานมะนาวหรือแตงกวาบางๆ มาแปะลงบนใบหน้าแล้วทิ้งไว้สักพักค่อยล้างหน้าออกด้วยน้ำสะอาด

4. มาส์กผลไม้
    มาส์กผลไม้ เช่น มาส์กสตรอว์เบอร์รี, ราสเบอร์รี และแครนเบอร์รีล้วนแต่มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ซึ่งเป็นสารที่ช่วยฟื้นฟูผิวที่ถูกทำลายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมาก แถมยังปลอดภัยกว่ามาส์กที่มีส่วนผสมของยากำจัดสิวโดยตรงอีกด้วยดังนั้นหากคุณผู้หญิงเลือกมาส์กที่มีส่วนผสมของตระกูลเบอร์รีแบบนี้นั้นมาใช้ในการมาสก์หน้ากำจัดสิวก็สามาถทำได้เลยค่ะ

5. มาส์กวิตามินซี    ในวิตามินซีมีคุณสมบัติช่วยกำจัดสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพและวิตามินซีมัก จะเป็นส่วนประกอบในยารักษาสิวอยู่หลายตัวเลยทีเดียวดังนั้นคุณผู้หญิงควรจะเลือกมาสกืที่มีส่วนผสมของวิตามินซีมาลองใช้ดูบ้าง หรืออาจจะลองทำมาสก์สูตรโฮมเมดเองที่บ้านก็ได้แล้วลองเพิ่ม หรือแครอทลงไปสักหน่อย เพื่อเป็นการเติมวิตามินซีให้มาส์กและเพื่อให้วิตามินซีนั้นแทรกซึมลงไปรักษาผิวของคุณผู้หญิที่กำลังเผชิญกับปัญหาสิวให้ดีขึ้นนั่นเองค่ะ

6. มาส์กสครับผิว    สำหรับคุณผู้หญิงที่มีปัญหาสิวเสี้ยน สิวหัวดำ หรือสิวอุดตัน ซึ่งค่อนข้างติดฝังแน่นกำจัดได้ยาก ให้คุณผู้หญิงลองใช้มาสก์ที่มีส่วนผสมของ ข้าวโอ๊ต หรือเบกกิ้งโซดาเพื่อช่วยสครับผิว ช่วยชจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วบนใบหน้าของคุณผู้หญิงให้หลุดออกไป ซึ่งคุณผู้หญิงสามารถผสมสูตรมาสก์ด้วยตนเอง เพีบงแค่หาโยเกิร์ตสูตรธรรมชาติแบบธรรมดา จากนั้นให้นำข้าวโอ๊ตและเบกกิ้งโซดาใส่เข้าไปในโยเกิร์ต จากนั้นผสมให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้สักพักแล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาดเมื่อรู้ยังงี้แล้ว คุณผู้หญิงท่านไหนที่กำลังมีปัญหากับสิวอยู่ ลองนำมาสก์ทั้ง 6 สูตรนี้ที่เราแนะนำไปใช้กันดูใบหน้าสวยใสของคุณผู้หยิงจะได้กลับมาสวยใสมั่นใจไร้สิวสักที

ผิวสวยใสสุขภาพดี ด้วย 5 เครื่องดื่ม




1. ชาเขียว         รู้ไหมค่ะ การดื่มชาเขียวนั้น ทำให้ผิวคุณผู้หญิงสวยใสสุขภาพดีขึ้นได้ แต่การดื่มชาเขียวนั้น ถ้าอยากได้ประโยชน์จากชาเขียวแบบเต็ม ๆ ต้องดื่มชาเขียวร้อน เนื่องจากสารแอนตี้ออกซิแดนท์จากใบชาจะขับออกมาได้ดีที่สุดในน้ำอุณหภูมิสูง ส่วนปริมาณที่แนะนำให้คุณผู้หญิงดื่มต่อวันนั่นก็คือ ปริมาณ 2-6 ถ้วยต่อวันค่ะ ซึ่งสารแอนตี้ออกซิแดนท์ในชาเขียวนี้ จะสามารถป้องกันการอักเสบของผิวคุณผู้หญิงและช่วยป้องกันการก่อตัวของมะเร็ง รวมทั้งมะเร็งเม็ดสีที่เกิดจากการปะทะแสงแดดแรงจ้าด้วยนะคะ

2. น้ำนมข้าวโอ๊ต         สำหรับคุณผู้หญิงท่านในที่ชอบดื่มนมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ให้ลองเปลี่ยนจาก จากการดื่มนมวัน มาเป็นน้ำนมข้าวโอ๊ตแทนดู เพราะในน้ำนมข้าวโอ๊ตนั้น คุณผู้หญิงจะได้รับประโยชน์เต็มๆ จากวิตามินอี และโฟลิกแอซิด ซึ่งจำเป็นมากสำหรับการผลัดเซล์ใหม่ของผิวคุณผู้หญิงทีเดียว

3. ชาเนทเทิล        ชาเนทเทิล (Nettle tea) มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์อยู่สูง เป็นเครื่องดื่มที่เหมาะกับคุณผู้หญิงที่กำลังเผชิญกับปัญหาผิวร่วงดรยก่อนวัยเพราะในชาเนทเทิลนั้น จะมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่สามารยช่วยต่อต้านพิษและสารอนุมูลอิสระต่าง ๆ ที่จะมาทำร้ายผิวไม่ให้มาทำร้ายผิวได้ และยังช่วยทำให้ผิวของคุณผู้หญิงดูอ่อนวัยอีกด้วย

4. น้ำผักและผลไม้คั้นสด       ผักและผลไม้มีประโยชน์ผิวของคุณผู้หญิงอย่างที่ไม่ต้องสงสัย หากไม่สะดวกจะรับประทานสด หรือทานด้วยการนำมาปรุงอาหารแล้วละก็ ขอแนะนำให้น้ำไปคั้นสด เป็นน้ำผักและผลไม้คั้นสด ๆ แทน ซึ่งคุณค่าของวิตามินที่มีอยู่ในผักผลไม้ก็ไม่ได้ลดลงไปมากเดิมนัก วิตามินที่สำคัญในผักที่ผิวของคุณผู้หญิงควรได้รับนั่นก็คือ วิตามินซี เพราะวิตามินซีจะช่วยทำให้ผิวของคุณผู้หญิงดูแข็งแรงสดใสและดูไบรท์มากขึ้นด้วยและถ้าหากคุณผู้หญิงยังไม่รู้จะเริ่มต้นดื่มน้ำผักผลไม้อะไรดี วีซ่าขอแนะนำลองน้ำแตงกวาดูค่ะ เพราะในแตงกวานั้นอุดมด้วยโพแทสเซียม แมกนีเซียม และซิลิกา ที่สำคัญแตงกวายังมีน้ำมากถึง 90% จึงช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวของคุณผู้หญิงได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว หรือจะลองเป็นน้ำมะเขือเทศก็ได้ เพราะในมะเขือเทศนั้นมีวิตามินซีสูง แถมยังมีไลโคปีนที่ช่วยในเรื่องการไหลเวียนโลหิตอีกด้วยนะคะ

5. ชาเปบเปอร์มิ้นต์
        ความเครียดคือศัตรูตัวฉกาจของผิวพรรณ ทำให้ผิวดูหมองเหี่ยวย่น ดูไม่มีสุขภาพดีเอาได้ง่ายๆ และเครื่องมือที่จะช่วยมาสู้กับเจ้าความเครียดได้ดีนั่นก็คือ คือชาเปบเปอร์มิ้นต์ค่ะ ชาเปบเปอร์มิ้นต์ เป็นชาที่มีกลิ่นหอมสดชื่น เมื่อคุณผู้หญิงดื่มแล้วก็จะรู้สึกผ่อนคลาย ช่วยสลายความเครียดได้เป็นอย่างดี แถมยังชาเปบเปอร์มิ้นต์ยังสามารถช่วยทำให้จมูกโล่ง และช่วยบรรเทาอาการปวดจมูกจากโรคไซนัส บรรเทาอาการปวดศีรษะ และช่วยกระตุ้นการย่อยอาหารได้อีกด้วยนะคะเมื่อรู้แบบนี้แล้วหากคุณผู้หญิงท่านไหนที่อยากมีผิวสวยใส สุขภาพดีก็ลองหันมาดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้ ที่วีซ่าแนะนำกันไปดู แล้วอย่าลืมดื่มน้ำเปล่าม ทานผักผลไม้ในมื้ออาหาร และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอในแต่ละวันด้วยนะคะ ถ้าทำได้แบบนี้ควบคู่กันไปในปริมาณที่พอเหมาะพอดี รับรองรองว่ารับรองคราวนี้ผิวสวยใสก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้วละคะบทความโดย Ladyvisa.com











วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

17 สูตรผิวสวย

ใส่ใจใบหน้าให้ใสปิ๊ง 

  • ดื่มน้ำแร่อย่างน้อย 1.5 ลิตรทุกวัน จะช่วยให้ผิวพรรณ และใบหน้าสดใส
  • ใช้น้ำแร่เย็นเฉียบล้างหน้าเป็นประจำ เช้า-เย็น จะช่วยลดรอยขรุขระบนใบหน้าได้ น้ำเย็น ยังช่วยให้ผิวหน้า ปรับสภาพ และคืนสมดุลได้อย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย
  • สาวๆ หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า ผิวหน้าก็หิวน้ำได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นหมั่นฉีดสเปรย์น้ำแร่ ให้ใบหน้าคงความชุ่มชื้น ได้ตลอดวัน 
  • นำน้ำผึ้งมาอุ่นให้ได้อุณหภูมิพอเหมาะ แล้วพอกทาทั่วใบหน้า และลำคอ วิธีนี้จะช่วยเพิ่ม ความชุ่มชื้น และเป็นการให้ สารอาหารบำรุงกับผิวหน้าด้วย
  • ลองใช้น้ำผึ้งมาผสมน้ำนม อาบเหมือนพระนางคลีโอพัตราบ้างก็ได้ วิธีนี้จะช่วยบำรุงผิว ให้นุ่มนวล ดูอ่อนเยาว์ อยู่เสมอ
  • ใช้เมล็ดอัลมอนด์บดผสมกับโยเกิร์ต พอกทิ้งไว้ 18-20 นาที ใช้น้ำล้างหน้าแล้ว ใช้ผ้าสะอาดเช็ด จากนั้นล้างหน้า อีกครั้ง แล้วคุณจะรู้สึกได้ถึงผิวหน้าที่นุ่มนวลเนียนใส ถนอมผิวรอบดวงตา 
    สูตรผิวสวย ผิวสวย สูตรผิวพรรณสวย

  • ทำความสะอาดรอบดวงตาอย่างละมุนละไม โดยเฉพาะสาวไหนที่รักการแต่งหน้า เป็นชีวิตจิตใจ ควรเลือกใช้โลชั่น เช็ดเครื่องสำอางที่ผลิตมาเป็นพิเศษ สำหรับล้างเครื่องสำอางอย่างอายแชโดว์ และมาสคาร่า
  • ก่อนเลือกซื้อครีมบำรุงรอบดวงตา ให้พิจารณาด้วยว่ามีส่วนผสมอะไรในครีมบ้าง เช่น ถ้าผสมชาเขียว ซึ่งมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ก็จะช่วยฟื้นฟูผิวของคุณ ให้สดใสขึ้น หรือถ้ามี ส่วนผสมของคาโมมายล์ ก็จะ ช่วยในการผ่อนคลาย และปลอบประโลมผิว จากอาการระคายเคืองได้ดี
  • สำหรับสาวที่อยากชะลอริ้วรอยก่อนวัย ควรเลือกครีมบำรุงดวงตาที่มีส่วนผสมของวิตามินเอจะช่วยเสริมสร้าง ความยืดหยุ่น ขณะที่วิตามินบีจะช่วยซ่อมแซมผิว และวิตามิน ช่วยปกป้องผิว จากริ้วรอย
  • ก่อนนอน ควรดูแลผิวรอบดวงตาด้วยการใช้นิ้วมือแตะครีมบำรุงรอบดวงตา แล้วถูเนื้อครีม ให้เข้ากัน วิธีนี้จะช่วยให้ เนื้อครีมผสมผสานทำงานได้ดีขึ้น แล้วแตะเบาๆบนผิวรอบดวงตา ปล่อยให้เนื้อครีมซึมซาบ เข้าสู่ผิวจะช่วยบำรุง และชะลอริ้วรอยเพื่อผิวหน้าสดใส
  • ส่วนครีมบำรุงรอบดวงตาตอนเช้า เลือกชนิดเจลที่มีส่วนผสมของวิตามินที่ช่วยลดริ้วรอย และปกป้องแสงแดด ทั้งนี้ไม่ควรใช้ครีมสำหรับใบหน้าทาบริเวณรอบดวงตา เพราะบางชนิด เนื้อครีมจะมีความเข้มข้น สูง และมีส่วนผสม ของน้ำหอม และสี ซึ่งอาจทำให้ดวงตาเกิดการระคายเคืองได้
  • สาวไหนนอนดึก สามารถแก้ขอบตาดำคล้ำได้ด้วยการฝานมันฝรั่งบางๆ แล้ววางลงบน เปลือกตาทั้งสองข้าง ทิ้งไว้ 10 นาที น้ำและความชุ่มชื้นจากมันฝรั่งจะซึมซาบเข้าสู่ผิว ช่วยให้รอยคล้ำใต้ตาจางลงได้


  • บำรุงผิวให้อ่อนเยาว์ 

    1. หากอยากให้ผิวพรรณผุดผ่องล่ะก็ ก่อนลงเล่นน้ำทะเล ควรจะชโลมเบบี้ออยล์ให้ทั่วตัวก่อน แล้วค่อยใช้ทราย ที่ชายทะเลขัดผิว ก่อนที่จะไปล้างตัวด้วยการเล่นน้ำทะเล แต่อย่าลืมทาครีมบำรุงผิว หรือครีมกันแดดที่มี SPF 15 ด้วย ไม่งั้นผิวสวยๆจะไหม้เกรียมซะก่อนนะจ๊ะ
    2. ส่วนสาวที่มีผิวบอบบาง ควรป้องกันผิวจากรังสียู่วีในแสงอาทิตย์ ได้ด้วยการชโลมน้ำมันอัลมอนด์ ลงบนผิวกาย ทุกครั้งหลังอาบน้ำ หรือจะใช้น้ำมันที่สกัดจากมะพร้าว ก็ช่วยปกป้องผิว จากแสงแดด และลมหนาวได้เหมือนกัน
    3. มอยส์เจอไรเซอร์ สำหรับสาวที่มีผิวไว และเกิดการระคายเคืองง่าย ควรเลือกชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของกรด หรือน้ำหอม สังเกตได้บนฉลากของผลิตภัณฑ์จะเขียนคำว่า " Comedogenic " หมายถึงผลิตภัณฑ์นั้น จะไม่ทำให้รูขุมขนอุดตันนั่นเอง
    4. ผิวธรรมดา แต่มักตกสะเก็ดและคันในช่วงหน้าหนาว ขอแนะนำให้ใช้โลชั่นที่มีความชุ่มชื้น ที่ออกแบบมา สำหรับคงความชุ่มชื้นไว้ในผิวได้ตลอด 24 ชั่วโมง
    5. สาวที่อยากมีผิวขาวเนียนสว่างกระจ่างตา ทำได้โดยนำมะขามเปียกมาขัดถูผิวเวลาอาบน้ำ จะช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม ไม่แห้งแตก ยิ่งในช่วงหน้าหนาวอย่างนี้ด้วยยิ่งดีใหญ่ เพราะจะช่วยบำรุงผิว ให้นุ่มเนียนน่าสัมผัส มากยิ่งขึ้น